คอนเสิร์ต “BodySlam live in คราม”

“BodySlam” ปลื้ม! บัตรคอนเสิร์ต “BodySlam live in คราม” ขายหมดเกลี้ยง ทุ่มเวลาซ้อมหนัก พร้อมชวนแฟนเพลงร่วมร้องเพลงให้กระหึ่ม และร่วมเปลี่ยน “ราชมังคลาฯ” ให้เป็นสีชมพูทั้งสนามคอนเสิร์ต “โซดา ช้าง พรีเซ้นต์ บอดี้สแลม ไลฟ์ อิน คราม บาย แอร์เอเชีย” ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 พ.ย.นี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญในวงการเพลงเมืองไทยไว้หลายประการ หนึ่งในนั้นคือ ปรากฏการณ์ที่ตั๋วจำนวน 65,000 ใบ เต็มความจุของคอนเสิร์ตขายหมดในระยะเวลาเพียง 7 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังทุ่มทุนให้ความสำคัญด้านโปรดั่กชั่น แสง สี เสียง แบบอลังการ มีการนำเข้าอุปกรณ์ ระบบเสียง SUB BASS จากประเทศฝรั่งเศส ควบคุมระบบทุกขั้นตอนผ่านซอฟแวร์รุ่นล่าสุด เพื่อความกระหึ่มของคอนเสิร์ตให้เทียบเท่าระดับเวทีใหญ่ในต่างประเทศสำหรับคอนเสิร์ตยักษ์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยทั้ง “ตูน ปิ๊ด ยอด ชัช” ปักหลักลงพื้นที่เช็คระบบ แสง สี เสียง แต่ละจุดอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกที่นั่งและที่ยืนของแฟนเพลงได้สัมผัสระบบเสียงที่กระหึ่มแน่นระดับเดียวกับคอนเสิร์ตในต่างประเทศ รวมไปถึงแบบเวทีของคอนเสิร์ต เป็นเวทีที่มีความกว้างถึง 118 เมตร เรียกได้ว่าเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นมา รวมถึงฟังชั่นของการใช้งานของ จอ LED ที่มีการเคลื่อนไหวได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
และในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 นี้ จะเป็นอีกครั้งที่ สนามราชมังคลากีฬาสถานแห่งนี้จะถูกใช้เป็นที่บันทึกประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ครั้งสำคัญของ BODYSLAM ร่วมกับทุกๆ คน ในคอนเสิร์ตครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขา

ล่าสุดในเรื่องของความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้ 4 หนุ่ม BodySlam ฝันอยากเห็นพลังคนดูกว่า 6 หมื่นคนไปร่วมผนึกพลังเสียงร้องเพลงพร้อมหน้ากันให้กระหึ่มราชมังคลากีฬาสถาน โดยสมาชิกในวงยอมรับว่า ยิ่งใกล้ถึงวันคอนเสิร์ต ทุกคนยิ่งตื่นเต้นสุดๆ โดยหนุ่ม ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย เผยความรู้สึกกับความพิเศษครั้งนี้ว่ายิ่งใกล้วันเราก็ยิ่งตื่นเต้นกันมากๆ บางทีอาจจะตื่นเต้นจนสั่นเลยครับ เพราะมีคนมาดูเราราวๆ 6 หมื่นคน ความรู้สึกมันเหมือนเรากำลังจะได้เล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตเลย ตอนนี้ก็เริ่มซ้อมไปแล้ว ใช้เวลาซ้อมทั้งหมดราวๆ 2 เดือนกว่าก่อนวันเล่นครับ  สำหรับความพิเศษผมบอกได้เลยว่าความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้ มันไม่ได้อยู่ในเรื่องของการแต่งตัว หรือภาพอะไรต่างๆบนเวที ผมว่ามันเป็นแค่องค์ประกอบให้ระบบคอนเสิร์ตมันสมบูรณ์เท่านั้น แต่ความพิเศษครั้งนี้ที่ผมว่ามันสุดๆนั่นก็คือ แฟนๆบอดี้สแลมเกินกว่า 6 หมื่นคนที่ได้มาอยู่ในที่เดียวกัน ได้มาเจอกัน ได้มาร้องเพลงด้วยกัน ผมและเพื่อนๆในวงไม่เคยได้ยินเสียงคนเกินกว่า 6 หมื่นคนร้องเพลง บอดี้สแลมพร้อมๆกันมาก่อน มันจะเป็นครั้งแรกทั้งในชีวิตของวงเราและในชีวิตของคนดูทุกคนที่ได้มาร่วมกันร้องเพลงด้วยกัน  ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุด สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือบางทีเราสามารถสร้างภาพอันสวยงามบนเวทีได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเรามีไอเดียเราก็สามารถทำได้ แต่การที่จะรวมคนที่มีใจให้กับบอดี้สแลมถึง 6 หมื่นคนมาอยู่ในสนามและมาร่วมกันร้องเพลง มันใช้มากกว่า มันเป็นมากกว่าที่เงินซื้อไม่ได้ มันคือเรื่องที่คนดูบอดี้สแลมได้ร่วมเดินทางมากับเราจนมาถึงวันนี้ เลยทำให้ความพิเศษที่สุดในความคิดเราของคอนเสิร์ตครั้งนี้มันอยู่ตรงที่ทุกคนได้มารวมกันและร้องเพลงบอดี้สแลมพร้อมกันครับ อยากให้แฟนๆบอดี้สแลมทุกคนเตรียมตัวไปสนุกกัน…

สำหรับเรื่องบัตรคอนเสิร์ตที่ตอนนี้ได้ขายว่าขายหมดเกลี้ยงนั้น ตอนแรกไม่ได้คาดคิดว่าบัตรจะหมด คิดแค่ว่า คนดูเท่าไหร่ เราก็เล่นเต็มที่ ตอนนี้มันเกินที่เราคาดไว้เยอะ บัตรขายหมดก่อนถึง 2 อาทิตย์ ถามว่าจะมีรอบสองมั้ย เราขอมันส์รอบเดียวให้เต็มที่ ไม่กั๊กไว้สำหรับรอบอื่น ให้สุดยอดไปเลย เราอยากให้มีแค่รอบเดียว เป็นครั้งเดียว ครั้งที่มีค่าของผมกับแฟนเพลง สิ่งที่กังวลคงเป็นเรื่องสุขภาพ แต่มันก็ดีขึ้นเป็นลำดับ หวังว่าวันที่ 27 พ.ย.นี้ คงกลับมา 100 เปอร์เซ็นต์” ตูน นักร้องนำ กล่าว
นอกจากนี้ Bodyslam ส่งเพลง Sticker ให้ทุกคนฝึกร้อง โดย Bodyslam แย้มว่า เพลง Sticker จะเป็นเพลงที่เป็นภาพจำที่สำคัญภาพหนึ่งของงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะว่าพวกเค้าจะทำการ ย้อมทั้งสนามราชมังคลากีฬาสถานให้เป็นสีชมพู  “…พวกเราอยากจะฝากให้ทุกๆคน พกเครื่องแต่งกาย หรือ accessory เครื่องประดับอะไรก็ได้ที่เป็นสีชมพู มาที่คอนเสิร์ตด้วย เพื่อมาช่วยกันทำให้สนามราชมังคลากีฬาสถานกลายเป็นสีชมพูครับ”

สำหรับสถานที่จัดคอนเสิร์ตนั้นคือ “สนามราชมังคลากีฬาสถาน” ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นราชมังคลากีฬาสถาน…? “..ผมไม่รู้ว่าแฟนบอดี้สแลมมีมากเท่าไหร่ แต่ที่เคยเล่นมาอย่าง อินดอร์ฯ, อิมแพค หรือ เขาใหญ่ ก็ได้ยินว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากมาเชียร์พวกเรา แต่ยังไม่ได้มาหรือมาไม่ได้ ก็คิดว่าครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่แฟนเพลงทุกคนจะได้มารวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน… ที่เลือก “ราชมังคลากีฬาสถาน” จัดงานนี้ เพราะตอบเราได้ในเรื่องความจุ เรื่องการเดินทาง เรื่องการทำงานของทีมงานทุกชีวิต มันสะดวกหลายๆ อย่าง”

สำหรับประวัติของสนามราชมังคลากีฬาสถาน ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก 2 กรกฎาคม พุทธศักราช 2531 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2541 เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ ด้วยความสามารถในการรองรับผู้ชมภายในอาคารกว่า 80,000 คน เป็นเก้าอี้นั่งบนอัฒจันทร์จำนวน 49,749 ที่นั่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสนามราชมังคลากีฬาสถาน ถูกใช้เป็นที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศมาหลายต่อหลายครั้ง ทั้งพิธีเปิดและปิดกีฬาระดับชาติรายการต่างๆ เช่น พิธีเปิดและปิด การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ. 2541, พิธีเปิดและปิด การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนหญิงชิงแชมป์โลก ยู-19 ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2547, พิธีเปิดการแข่งขัน และรอบ 8ทีมสุดท้ายเอเชียนคัพ 2007 และ พิธีเปิดและปิด การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 24 ในปี พ.ศ. 2550 นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ระดับอินเตอร์อีกหลายครั้งและในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 นี้ จะเป็นอีกครั้งที่ สนามราชมังคลากีฬาสถานแห่งนี้จะถูกใช้เป็นที่บันทึกประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ครั้งสำคัญของ BODYSLAM ร่วมกับทุกๆ คน ในคอนเสิร์ตครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขา

About these ads