ประกวดดนตรีไทย เทิดพระเกียรติ ครั้งที่ 12
20 ธันวาคม 2553

ม.หอการค้าไทย ประกวดดนตรีไทย เทิดพระเกียรติ ครั้งที่ 12
ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมทุนการศึกษา

     ผศ.บัวผัน สุพรรยศ หัวหน้ากองส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2554 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเป็นเอกอัครศิลปิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงได้จัด โครงการประกวดดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้จัดมาเป็นปีที่ 12 แล้ว ทั้งนี้นอกจากจะเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านแล้ว ยังกระตุ้นให้เยาวชนไทยเห็นความสำคัญของดนตรีไทย และเกิดแรงบันดาลในในการเรียนรู้ และฝึกฝนให้เกิดความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอีกด้วย โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมประกวดประเภทวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ (บรรเลงและขับร้อง)
     ซึ่งในรอบคัดเลือกให้ส่งเทปบันทึกการบรรเลงและขับร้องมาเพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือก ภายในวันที่ 5 มกราคม 2554 และเข้าประกวดในรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 มกราคม 2554  ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งวงที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 30,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่
     โดยมหาวิทยาลัยฯ ได้เรียนเชิญบรมครูด้านดนตรีไทย ระดับประเทศ มาเป็นกรรมการตัดสิน พร้อมให้คำแนะนำ และวิธีการเล่นดนตรีไทย ให้ถูกต้องอาทิ อาจารย์สุดจิตต์ ดุริยประณีต อาจารย์สืบศักดิ์   ดุริยประณีต  เป็นต้น จึงขอเชิญชวน นักเรียน นักศึกษา ส่งผลงานและเข้าร่วมประกวดตลอดจนประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมชมได้ ฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 02-697-6940-1 
 

ระเบียบการประกวด

. คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด
      ๑.๑ ผู้เข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ หรือเทียบเท่าในปีการศึกษา ๒๕๕๓
     ๑.๒ วงดนตรีที่เข้าประกวดจะส่งในนามของสถานศึกษา สถาบัน หรือชมรมได้ โดยคุณสมบัติของสมาชิกในวงเป็นไปตามข้อกำหนด ๑.๑
     ๑.๓ สถานศึกษา สถาบัน หรือชมรมสามารถส่งวงดนตรีไทยเข้าประกวดได้มากกว่า ๑ วง โดยในแต่ละวงจะต้องมีนักดนตรีไม่ซ้ำกัน

. ประเภทของวงดนตรีไทยในการประกวด เป็นวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์  ประกอบด้วยเครื่องดนตรีไทยต่างๆ ดังนี้  

     ๒.๑ นักร้อง                                        ๑          คน
     ๒.๒ ซอด้วง                                        ๑          คัน
     ๒.๓ จะเข้                                           ๑          ตัว
     ๒.๔ ขลุ่ยเพียงออ                                 ๑          เลา
     ๒.๖ ระนาดเอก                                    ๑          ราง
     ๒.๕ ซออู้                                            ๑          คัน
     ๒.๘ ฆ้องวงใหญ่                                   ๑          วง
     ๒.๗ ระนาดทุ้ม                                     ๑          ราง
     ๒.๙ กลองแขก                                     ๑          คู่
     ๒.๑๐ ฉิ่ง                                             ๑          คู่
     ๒.๑๑ นักร้อง/นักดนตรีสำรอง                  ๒         คน

            โดยในรอบชิงชนะเลิศใช้เครื่องดนตรีปี่พาทย์กลาง ได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม และฆ้องวงใหญ่ ที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ให้ สำหรับเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ แต่ละวงสามารถจัดเตรียมมาเองได้

. การสมัคร     ๔.๑ กรอกข้อความในใบสมัคร พร้อมรูปถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน ของนักดนตรี นักร้องทุกคน
     ๔.๒ บันทึกเสียงการขับร้องและบรรเลงเพลง “เพลงยอเร (เถา)” ลงแถบวีดิทัศน์ วีซีดี หรือดีวีดี ก็ได้ โดยให้จัดรูปวงและมุมกล้องให้เห็นทุกเครื่องดนตรีที่บรรเลง จัดเวทีลดหลั่นกันอย่างน้อย ๒ ระดับ เขียนชื่อวงดนตรี และชื่อเพลงบนหน้าปกให้เรียบร้อย ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือนำส่งโดยตรงที่

                        “โครงการประกวดดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติ”

                        กองส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

                        ๑๒๖/๑ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐

                        โทรศัพท์ ๐ – ๒๖๙๗ – ๖๙๔๓ 

                  ภายในวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔

     ๔ .๓ กรณีที่จัดส่งทางไปรษณีย์ จะถือวันที่ประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์เป็นสำคัญ คณะกรรมการจะไม่รับผิดชอบหากแถบวีดิทัศน์ วีซีดี หรือดีวีดี เกิดการชำรุดหรือสูญหายระหว่างการจัดส่ง คณะกรรมการจะคัดเลือกและเชิญวงที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ารอบชิงชนะเลิศ จำนวน ๕ วง เพื่อเข้าประกวดบรรเลงและขับร้องต่อหน้าคณะกรรมการในรอบชิงชนะเลิศต่อไป (วงที่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศจะประกาศผลภายในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๔ โดยจะแจ้งผลทางโทรศัพท์ไปยังวงที่ผ่านการคัดเลือก)

. การประกวดรอบชิงชนะเลิศ

     ๕.๑ วงดนตรีที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบชิงชนะเลิศจะบรรเลงและขับร้องต่อหน้าคณะกรรมการตัดสิน ในวันพุธที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มาแสดงเพื่อการตรวจสอบ
     ๕.๒ อาจารย์ผู้ควบคุมวงและผู้เข้าประกวดต้องนำบัตรประจำตัวหรือเอกสารรับรองจากสถานศึกษา
     ๕.๓ เพลงที่ต้องบรรเลง

                        ๑) เพลงถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  โดยให้ทางโรงเรียนแต่งบทร้องและบรรจุทำนอง โดยใช้เวลาในการบรรเลงไม่เกิน ๕ นาที และส่งบทร้องให้กรรมการตัดสินในวันประกวดรอบชิงชนะเลิศที่โต๊ะลงทะเบียน จำนวนวงละ ๖ ชุด                        ๒) เพลงยอเร (เถา)

. เกณฑ์การตัดสิน

     ๖.๑ เพลงถวายพระพร พิจารณาจาก

  • ทำนองเพลง (สอดคล้องสัมพันธ์กับบทร้อง)
  • การขับร้อง (คำร้อง ทำนอง จังหวะ น้ำเสียง)
  • ความพร้อมเพรียง (การเริ่ม การส่งร้อง การรับร้อง การลงจบ การดำเนินทำนอง และจังหวะ)
  • ฝีมือและความสามารถของผู้บรรเลง (ความแม่นยำและเทคนิค)

๖.๒ เพลงยอเร (เถา) พิจารณาจาก

  • ทำนองเพลง (ตามทางเพลงที่แนบมาพร้อมนี้)
  • การขับร้อง (บทร้อง อักขระวิธี ทำนอง)
  • แนวการบรรเลงและการปรับวง
  • บุคลิกภาพในการบรรเลง
  • ความถูกต้องของหน้าทับ (ขึ้น – ลง)

หมายเหตุ : ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดของการประกวด

                   ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้ชี้ขาด

. รางวัลในการประกวด

            ๗.๑ เพลงยอเร (เถา)

รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล ๓๐,๐๐๐.- บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)
รางวัลที่ ๒ โล่รางวัลจากอธิการบดีและเงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.- บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
รางวัลที่ ๓ โล่รางวัลจากอธิการบดีและเงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.- บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
รางวัลชมเชย มี ๒ รางวัล โล่จากอธิการบดีและเงินรางวัล ๆ ละ ๑๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

            ๗.๒ เพลงถวายพระพร ถ้วยรางวัลชนะเลิศจากคณะกรรมการเสริมสร้างเอกลักษณ์ไทย หอการค้าไทย และเงินรางวัล ๕,๐๐๐.- บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
            ๗.๓ รางวัลนักดนตรีดีเด่นของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด เกียรติบัตรและเงินรางวัล ๆ ละ ๕๐๐.- บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ได้แก่

– ผู้บรรเลงระนาดเอกดีเด่น          จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงระนาดทุ้มดีเด่น          จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงฆ้องวงใหญ่ดีเด่น        จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงซออู้ดีเด่น                   จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงซอด้วงดีเด่น               จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงจะเข้ดีเด่น                  จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงขลุ่ยเพียงออดีเด่น        จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงกลองแขกตัวผู้ดีเด่น     จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงกลองแขกตัวเมียดีเด่น จำนวน             ๑          รางวัล
– ผู้บรรเลงฉิ่งดีเด่น                      จำนวน             ๑          รางวัล
– นักร้องดีเด่น                            จำนวน             ๑          รางวัล

คณะกรรมการตัดสิน

๑. อาจารย์สุดจิตต์                 ดุริยประณีต                              ประธานกรรมการ
๒. อาจารย์สืบศักดิ์                 ดุริยประณีต                              กรรมการ
๓. อาจารย์อำนวย                  รุ่งเรือง                                    กรรมการ
๔. อาจารย์วิชัย                      เหล่าประเสริฐ                           กรรมการ
๕. อาจารย์ชัยภัค                    ภัทรจินดา                               กรรมการ
๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัวผัน      สุพรรณยศ                              กรรมการและเลขานุการ

 ♪♫♪♫♪♫♪♫♪♫

ดาวน์โหลดเนื้อเพลงและโน๊ตเพลง

หมายเหตุ
๑. บรรเลงเดี่ยวสามชั้น ท่อน ๑ เที่ยวแรก  ซอด้วง
๒. บรรเลงเดี่ยวสามชั้น ท่อน ๑ เที่ยวกลับ จะเข้
๓. บรรเลงเดี่ยวสามชั้น ท่อน ๒ เที่ยวแรก ซออู้
๔. บรรเลงเดี่ยวสามชั้น ท่อน ๒ เที่ยวกลับ ขลุ่ย
๕. บรรเลงเดี่ยวสองชั้น ท่อน ๑ เที่ยวแรก ระนาดเอก
๖. บรรเลงเดี่ยวสองชั้น ท่อน ๑ เที่ยวกลับ ระนาดเอก
๗. บรรเลงเดี่ยวสองชั้น ท่อน ๒ เที่ยวแรก ฆ้องวงใหญ่
๘. บรรเลงเดี่ยวสองชั้น ท่อน ๒ เที่ยวกลับ ระนาดทุ้ม
๙. สามารถดาว์นโหลดทางร้องเพลงยอเร (เถา) ที่ใช้ในการประกวดฯ ได้ที่ http://department.utcc.ac.th/thaiculture/

 

ผู้ประกาศ/ที่มา : ศราวุธ เชื้อคำเพ็ง